อาชญากรรมออนไลน์กลายเป็นภัยคุกคามระดับชาติที่สร้างความเสียหายมหาศาลต่อประชาชนและเศรษฐกิจไทย สถิติปี 2026 ชี้ให้เห็นว่าปัญหานี้ไม่ได้หยุดนิ่ง แต่กำลังพัฒนาและซับซ้อนขึ้นทุกวัน การรู้จักรูปแบบและข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับภัยไซเบอร์จะช่วยให้ประชาชนสามารถป้องกันตัวเองได้ดีขึ้น
ตัวเลขความเสียหายและปริมาณคดี
ในปี 2025 มีการแจ้งความคดีอาชญากรรมออนไลน์ผ่านศูนย์รับแจ้งความออนไลน์ (สายด่วน 1441) รวมกว่า 900,000 คดี เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าราว 30% มูลค่าความเสียหายรวมอยู่ที่ประมาณ 75,000 ล้านบาท หรือเฉลี่ยประมาณ 83,000 บาทต่อคดีที่แจ้งความ
ตัวเลขนี้เป็นเพียงยอดน้ำแข็ง เพราะผู้เชี่ยวชาญคาดการณ์ว่ามีเหยื่อที่ไม่แจ้งความอีกมาก บางรายอายไม่กล้าแจ้ง บางรายคิดว่าตำรวจไม่สามารถช่วยได้ หรือบางรายไม่ทราบช่องทางการแจ้งความ ดังนั้นมูลค่าความเสียหายที่แท้จริงน่าจะสูงกว่าตัวเลขทางการอย่างน้อย 2-3 เท่า
กลุ่มอายุที่ตกเป็นเหยื่อมากที่สุดคือวัย 30-50 ปี คิดเป็น 45% ของเหยื่อทั้งหมด ซึ่งขัดกับความเชื่อทั่วไปที่ว่าผู้สูงอายุเป็นกลุ่มเสี่ยงสูงสุด สาเหตุที่วัยทำงานตกเป็นเหยื่อมากคือมีเงินออมและรายได้ที่มิจฉาชีพสามารถเข้าถึงได้ และมักมีความมั่นใจสูงในทักษะดิจิทัลของตัวเองจนไม่ระวังเพียงพอ
จังหวัดที่มีคดีแจ้งความมากที่สุดคือกรุงเทพมหานคร (32%) รองลงมาคือชลบุรี นนทบุรี เชียงใหม่ และขอนแก่น ซึ่งสอดคล้องกับความหนาแน่นของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในแต่ละพื้นที่
ประเภทอาชญากรรมออนไลน์ที่พบบ่อยที่สุด
การหลอกลวงซื้อขายออนไลน์ยังคงเป็นประเภทคดีที่พบมากที่สุด คิดเป็น 38% ของคดีทั้งหมด โดยรูปแบบที่พบบ่อยคือผู้ขายรับเงินแล้วไม่ส่งสินค้า หรือส่งสินค้าที่ไม่ตรงกับที่โฆษณา มูลค่าความเสียหายต่อคดีในประเภทนี้โดยเฉลี่ยอยู่ที่ 3,500 บาท
การหลอกลวงทางการเงินและลงทุน (investment scam) มีมูลค่าความเสียหายสูงที่สุด แม้จำนวนคดีจะน้อยกว่า โดยเหยื่อหลงเชื่อโฆษณาผลตอบแทนสูงเกินจริงจากการลงทุนในหุ้น คริปโต หรือ forex แล้วโอนเงินให้มิจฉาชีพ ความเสียหายเฉลี่ยต่อรายอยู่ที่ 250,000-400,000 บาท และบางรายเสียหายเป็นล้านบาทขึ้นไป
แก๊งค์คอลเซ็นเตอร์ยังคงเป็นภัยร้ายแรง แม้ทางการจะปราบปรามมาหลายปี แต่มิจฉาชีพก็ปรับกลยุทธ์อยู่ตลอด รูปแบบที่กำลังระบาดในปัจจุบันคือการแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ เช่น ตำรวจ ดีเอสไอ หรือ ปปง. อ้างว่าเหยื่อเกี่ยวข้องกับคดีอาชญากรรมและต้องโอนเงินเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์
ฟิชชิ่ง (phishing) และการเจาะระบบบัญชีออนไลน์กำลังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยมิจฉาชีพส่งลิงก์ปลอมที่เลียนแบบเว็บไซต์ธนาคารหรือแพลตฟอร์มดังเพื่อขโมยรหัสผ่านและข้อมูลส่วนตัว
มาตรการป้องกันและแนวทางรับมือ
หน่วยงานรัฐได้ออกมาตรการหลายอย่างเพื่อรับมือกับปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ ทั้งการจัดตั้งศูนย์รับแจ้งความออนไลน์ 24 ชั่วโมง ระบบอายัดบัญชีฉุกเฉินที่สามารถระงับการโอนเงินได้ภายใน 30 นาที และความร่วมมือกับธนาคารในการตรวจจับธุรกรรมน่าสงสัย
แต่ที่สำคัญที่สุดคือการป้องกันตัวเองของประชาชน หลักการง่ายๆ ที่ควรยึดถือได้แก่ ไม่โอนเงินให้คนที่ไม่รู้จักในโลกออนไลน์ ไม่กดลิงก์จากข้อความที่ไม่ได้คาดหวัง ตรวจสอบความน่าเชื่อถือของผู้ขายก่อนซื้อ และระวังผลตอบแทนที่ดูดีเกินจริง
การตั้งค่าความปลอดภัยในบัญชีออนไลน์ก็สำคัญมาก การเปิดใช้งานการยืนยันตัวตนสองขั้นตอน (2FA) สำหรับบัญชีสำคัญทุกบัญชีจะช่วยป้องกันการเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาต แม้มิจฉาชีพจะได้รหัสผ่านไปแล้วก็ตาม
อาชญากรรมออนไลน์เป็นปัญหาที่ต้องการความร่วมมือจากทุกฝ่าย ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน การสร้างความตระหนักรู้และแบ่งปันข้อมูลเกี่ยวกับรูปแบบการหลอกลวงใหม่ๆ เป็นการป้องกันที่มีประสิทธิภาพและต้นทุนต่ำที่สุดในการลดความเสียหายจากภัยไซเบอร์